nara's profile~ Welcome To My Space ~PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
~ Welcome To My Space ~
August 08 ครึ่งปีที่ผ่านมาครึ่งปี หลายอย่างก็เปลี่ยนไปมากมาย เรียนจบมายังไม่ทันได้เที่ยวที่ไหนเลย ก็เริ่มฝึกตั๋วทนายประมาณ 3 เดือนครึ่ง
หลังจากนั้นก็เลิกฝึกออกมาเริ่มเรียนภาษา แล้วก็เนติ เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการหายใจทิ้งไปวันๆ และอ่านหนังสือสอบเนติไปเรื่อยๆ แล้วก็หลับคาหนังสือทุกที (แม่งอ่านไม่ทันแล้ว)
วันอาทิตย์ก็ไปเตะบอลตามปกติ (เมื่อไหร่จะวันอาทิตย์อีกวะ อยากเตะแล้ว)
หลังจากมีอาจารย์พละมาเป็นผู้อำนวยการแล้ว โรงเรียนกลายเป็นที่เตะบอลที่ดีมากมาย มีโกลพร้อมสบายจริงๆ หึ ๆ
เพื่อนๆ รับปริญญาไปกันหลายมหาลัยแล้ว หลายคนกำลังจะไปเรียนต่อกันแล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีละกัน
กว่าจะถึงคราวตัวเอง ตั้งกุมภาปีหน้าแหนะ (มากันด้วยนะ ขอบคุณ
February 26 จะจบแล้วอีก 5 วันก็จะสอบเสร็จแล้ว
เหลือการต่อสู้อีก 3 วิชาเท่านั้น !!!
จะได้เวลาเที่ยวแล้ววววว เย้ ๆ ๆ
~ ~ วิ ฮิ๊วววววว ยะ ฮิ๊ววววววว ~ ~ November 26 คืนสู่เหย้าปีนี้ก็โอเคจัดงานดี เพื่อนไปกันพอสมควร ก็สนุกดี แต่ละคนมันก็ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
ยกเว้นพีร์ ทำไมหน้ามันเด็กขึ้นได้วะ
แต่ว่ามันก็ขาดไปคนนึงในงานนึกไม่ออก กลับบ้านมา ไอ้โกสัลนั่นเอง มันบอกว่าไม่รู้
ส่วนนายชวินเจ็บขามาไม่ไหว ก็เศร้าไป
แล้วอั๋นไม่ได้มา ใครไปเซ็นชื่อแทนมันวะ 5 5 5
ตอนลงทะเบียนที่โต๊ะลงทะเบียนคนที่นั่งเฝ้าโต๊ะพูดว่า นี่น้องลูกน้ำนี่ พอเงยหน้าขึ้นไปดูก็ งง
แล้วพี่เป็นใครหล่ะจำไม่ได้ ก็ขอโทษด้วยละกันหน่ะ
การแสดงบนเวทีใช้ได้เลย อ.ชนันร้องเพลงด้วย
ส่วนไอพวกที่มาเต้นแบบ Rain ตอนต้นๆ ก็คงต้องใช้ความกล้ามากกว่าความสามารถ แต่ก็ดี
แล้วไอ้คนที่มันโซโล หลายๆ เพลงตอนหลังมันใครอ่ะ ร้องเพราะโคตร
งานช่วงหลังๆ อยู่ๆก็มีคนมาบริจาคคูปองจำนวนมาก รู้งี้ตอนแรกไม่แลกคูปองก็ดี
พวกเราก็ไปยกช้างมาซะหลายแก้ว ก็ดื่มกันไป
** ปีหน้าก็รุ่นเราก็เป็นเจ้าภาพแล้ว แล้วจะมีใครทำมั่งวะ 5 5 5 **
ปล. ปีหน้าขอให้มากันเยอะๆ เยอะกว่านี้นะ จะได้หนุกๆ
ส่วนรูปไม่มีมาฝาก เพราะไม่ได้เอากล้องไป แค่หนังสือเรียน ไหล่ก็จะหลุดแล้ว
October 01 จะปิดเทอมแล้วเว้ยไม่ได้อัพซะนาน ก็ไม่มีอะไรจะอัพ สอบจะเสร็จแล้วโว้ย สอบมา 5 วันติด สุดๆ อ่ะ เหนื่อยสาดเลย เหลืออีก 3 ตัวเท่านั้น แต่ตัววันอังคาร ยากอ่ะไม่รู้เรื่องเลย
เอากลอนไปอ่านกันเล่นๆ ละกัน
University 's life (โคลงสี่(เกือบ)สุภาพ) เช้าสายบ่ายบ่นร้อน หลับก่อน ตื่นเช้าชวนสาวเจ้า ออกวิ่ง เข้า Lecture ดูสาว เจ้าเซ็กซี่ เริ่มแรกเรียน Textเข้า Phycho เรียนไปชักเหนื่อยแล้ว กูโดด ซ้อมไว้จะแข่งแล้ว เดือนหน้า เชลซีบุกถึงถิ่น แมนยู อวดอ้างฤทธิ์เองอ้า กูเก่ง สอบเสร็จบอกพ่อข้า เศรษฐี พ่อขายควายส่งเจ้า เล่าเรียน
~ ขอให้สอบผ่านกันทุกวิชา สาธุ ๆ ~ ~ ได้ A กันเยอะ ๆ นะ ~
May 04 จะสอบอีกแล้วววววไม่มีอะไรอ่ะอัพ เปลี่ยนรูปที่มัน random อยู่ข้างบน 3 รูปเฉยๆช่วงนี้ก็มีแต่ เรียน เรียนเสร็จเล่นแบด ทุก อังคาร พฤหัส สุขุมวิท 101 ซอยบ้านหน้าไก่ เพราะช่วงนี้โรงยิมมหาลัยดันใช้รับสมัครเด็กเข้าใหม่ถึงวันที่ 20 แน่ะ เตะบอลวันอาทิตย์ ( ไอ act ก็บอกจะมาแต่ไม่มาสักที ) วันไม่มีเรียนก็ นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน
!!!! อีก 14 วันสอบ อีกแล้ว !!!!
แล้วพฤหัสนี้ลงทะเบียนเทอม 1 ใครคิดระบบวะให้แต่ละคณะลงเป็นเวลาแล้วให้เวลาลงแค่ ชม.ครึ่ง สมองงงงง ------------------------------------------------------- ปล. ตอนแรกกะจบแค่ 4 บรรทัดแรกเพราะว่าไม่มีอะไรจะเขียนจริงๆ แต่มันก็มีมาได้ ดีแฮะ February 15 ~ HaPPY VaLeNTiNe ~ พอถึงสี่แยกตรงโรงแรมปทุมวันปรินเซส (ป่าววะ) ที่มันติดกับ mbk รถติดไฟแดงข้างๆ มีรถตุ๊กๆ เต็มไปด้วยนิสิตจุฬาปี 1 7 คน น่ารักมากมาย ด้วยความหน้าด้านของไอ x พอไฟเขียวมันก็เปิดกระจกบอกเค้าว่า happy valentine ครับ ขำสัดๆ
พอถึงบ้านก็ไม่ได้ทำไรนั่งดูทีวีอ่านหนังสือนิดหน่อย นางบาปก็มาตอนจบด้วย แล้วก็กลายเปนข้ออ้างในการอู้ไม่อ่านนั่งดูหนัง เล่นคอม แล้วก็มานั่ง อัพ blog พอละไปอ่านหนังสือต่อ....
January 11 ค่ายแม่ฮ่องสอน เวอชั่นมีสาระ หลังจากไม่ได้อัพ blog มาซะนาน เพราะไม่รู้จะอัพอะไร ว่าแล้วก็ก็อัพซะหน่อยเป็นประสบการณ์การไปค่ายตอนช่วง 18-28 ธันวา 48 ที่ผ่านมา อันนี้เป็น เวอชั่นมีสาระ ส่วนเวอชั่นไร้สาระเดี๋ยวมาทีหลัง
การไปค่ายที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนในครั้งนี้ เป็นการไปค่ายครั้งที่สอง ของข้าพเจ้าในนามของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งในตอนแรกเลยนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบเลยว่าการไปค่ายในครั้งนี้นั้นไปเพื่ออะไร ต้องพบเจออะไรบ้าง และข้าพเจ้าต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง แต่เมื่อไปถึงแล้วสิ่งแรกที่ข้าพเจ้าได้เห็น และรู้สึกประทับใจมากคือน้ำใจจากชาวบ้านที่ให้ความช่วยเหลือพวกเราในหลายๆ ด้านอย่างเต็มใจ แม้ข้าพเจ้าจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาเพียงใดก็ตาม แต่น้ำใจเหล่านั้นก็ช่วยทำให้ข้าพเจ้าลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี และชาวบ้านให้พวกเราติดรถขึ้นเขาไปทั้งในวันที่เดินทางขึ้นหมู่บ้านหนองผาจ้ำ และในวันที่เดินทางเข้าหมู่บ้านน้ำบ่อสะเป่ แม้จะยังไม่เคยพบเจอหรือรู้จักกันมาก่อนก็ตาม และชาวบ้านที่หมู่บ้านน้ำบ่อสะเป่ที่ช่วยพวกเราขนกระเป๋าด้วยความเต็มใจ โดยที่เราไม่ต้องขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด ซึ่งกระเป๋าแต่ละใบนั้นมีขนาดใหญ่ และมีจำนวนมาก ซ้ำยังมีน้ำใจหาฟืน ข้าว ผักต่างๆ มาให้ทุกๆวัน แต่ที่ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจและเกรงใจมากๆ คือในทุกเช้านั้นชาวบ้านมีน้ำใจเสียสละน้ำในส่วนของตนบ้านละหนึ่งแกลลอน ทั้งๆที่ตามกฎของหมู่บ้านนั้นแต่ละบ้านจะได้รับน้ำเพียง 2 แกลลอนต่อวันเท่านั้นในการใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยที่หากข้าพเจ้าไม่ได้มาค่ายในครั้งนี้นั้นน้ำหนึ่งแกลลอนข้าพเจ้าสามารถที่จะใช้อย่างสิ้นเปลือง และไม่รู้สึกถึงคุณค่าของน้ำได้อย่างไม่คิดอะไร เช่น เอามาสาดเล่นกันเองกับเพื่อนๆ การไปค่ายในครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงความคิดของข้าพเจ้าในการใช้น้ำไปโดยสิ้นเชิงทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่าน้ำหนึ่งแกลลอนนั้นในสังคมเมืองบางคนอาจจะคิดว่าไม่มีค่าอะไรเลยก็ตาม แต่สำหรับคนบางกลุ่มนั้นน้ำหนึ่งแกลลอนมีค่ามากเพียงใด และยังประทับใจทุกๆคนที่ไปค่ายที่สามารถอดทนไม่อาบน้ำ และช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดตลอดเวลาที่อยู่ที่หมู่บ้านน้ำบ่อสะเป่ได้โดยไม่มีการบ่นแต่อย่างใด การไปค่ายในครั้งนี้นั้นยังเปลี่ยนความคิดที่ข้าพเจ้าเคยมีในอีกหลายๆ เรื่อง เช่น ถ้าเรามีน้ำใจ และช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงใจ เราก็จะได้ความช่วยเหลือกลับมาด้วยความจริงใจเช่นกัน และทำให้รู้ว่าในการทำงานเป็นหมู่คณะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามัคคี หากเราสามัคคีกันช่วยเหลือกัน เราก็จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
การไปค่ายในครั้งนี้นั้นจุดประสงค์หลักคือการไปสำรวจสัญชาติของชาวบ้านในหมู่บ้านน้ำบ่อสะเป่ และรณรงค์เรื่องยาเสพติด ปัญหาที่ได้พบในการทำงานสำรวจสัญชาติคือการที่ชาวบ้านไม่รู้หนังสือ ไม่สามารถอ่านหรือเขียนภาษาไทยได้ ทำให้ชาวบ้านต้องถูกเอาเปรียบโดยคนบางกลุ่มที่ใช้ประโยชน์ในเรื่องที่ชาวบ้านไม่เข้าใจภาษาไทย หลอกลวงให้ชาวบ้านต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากโดยอ้างว่าหากไม่จ่ายจะไม่ได้รับสัญชาติไทย และได้พบกับปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงานของราชการ และการโยนความผิดกันเองในระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกัน และการโยนความผิดให้ชาวบ้านว่าทางราชการได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ชาวบ้านไม่ให้สนใจในการไปติดต่อขอสัญชาติกับทางราชการ ซึ่งในการทำงานขณะสำรวจสัญชาติชาวบ้านนั้นข้าพเจ้าพบว่าชาวบ้านมีความกระตือรือร้นอย่างมากในการที่จะนำหลักฐานต่างๆ ที่ตนมีอยู่ออกมาแสดงเพื่อพิสูจน์ว่าตนเป็นคนไทย ซึ่งสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอด้วยตนเองนั้นขัดกับข้อมูลที่ทางราชการให้มาว่าชาวบ้านไม่สนใจในการขอสัญชาติอย่างมาก และในหลายๆ บ้านยังเล่าให้ฟังอีกด้วยว่าเมื่อไปติดต่อกับทางราชการแล้วตนได้รับการปฏิบัติเหมือนกับไม่ใช่ตนไม่ใช่คนไทย ทั้งๆที่ตนเป็นคนไทย และไม่สนใจที่จะรับฟังคำอธิบายที่ชาวบ้านพยายามอธิบายว่าตนเป็นผู้ที่สมควรได้รับสัญชาติไทยแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านไม่สมควรที่จะได้รับการปฏิบัติดังกล่าว ในฐานะที่เป็นคนไทยเหมือนกัน แม้จะไม่ได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ก็ตาม แต่ชาวบ้านก็ควรที่จะได้ได้รับการปฏิบัติเสมือนเช่นคนไทยด้วยกันปฏิบัติต่อคนไทยด้วยกัน
เมื่อลงมาจากหมู่บ้านน้ำบ่อสะเป่ พวกเราได้เดินทางไปที่โรงเรียนอนุบาลปางมะผ้าเพื่อที่จะไปทำกิจกรรมสันทนาการ ช่วยสอนหนังสือให้กับนักเรียน และร่วมเล่นกีฬากับนักเรียนและอาจารย์ในโรงเรียน นักเรียนมีความสุขมากในการร่วมกิจกรรมเพราะโดยปกติแล้วนักเรียนตามโรงเรียนในต่างจังหวัดจะไม่ค่อยมีคนเข้ามาทำสิ่งเหล่านี้ให้กับพวกเขา และในตอนเย็นพวกเรายังได้มีการทำอาหารเลี้ยงนักเรียนที่อยู่หอด้วย เพียงแค่เงินที่พวกเราช่วยกันออกคนละ 50 บาท แม้เงิน 50 บาทนั้นเมื่อเราอยู่ในสังคมเมืองนั้นจะดูไม่มีค่าเท่าไรนัก แต่เมื่อเราช่วยกันออกเงินจำนวนดังกล่าวก็สามารถทำให้นักเรียนเหล่านั้นมีความสุขและได้รับประทานอาหารดีๆ ได้ เพราะโดยปกติแล้วน้องๆ ที่โรงเรียนนั้นจะได้กินแค่ข้าวกับผักต้มเท่านั้น และข้าพเจ้ายิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่พวกข้าพเจ้าได้ทำไปนั้นมีคุณค่ามากเพียงใด เมื่อเพื่อนของข้าพเจ้าได้เดินมาบอกว่า มีเด็กนักเรียนเดินมาบอกกับเพื่อนของข้าพเจ้าว่า “พี่ครับ พวกผมไม่เคยมีใครมาทำอะไรอย่างนี้ให้มาก่อนเลย ขอบคุณครับ” แม้จะเป็นเพียงคำขอบคุณเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจมมากที่สิ่งที่พวกเราได้ทำไปนั้น ทำให้น้องๆ โรงเรียนอนุบาลปางมะผ้านั้นได้มีความสุข
การมาค่ายในครั้งนี้นั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับประโยชน์อย่างมากในหลายๆ ด้าน ทั้งในด้านประสบการณ์ชีวิตที่หากข้าพเจ้าไม่ได้มาค่ายในครั้งนี้นั้นข้าพเจ้าไม่คิดว่าในชีวิตนี้นั้นข้าพเจ้าจะได้รับประสบการณ์ในแบบนี้อีกหรือไม่ ทั้งได้พบเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานที่ไม่สามารถพบเห็นได้จากในห้องเรียน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคต และยังทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนรุ่นเดียวกันมากขึ้น ซึ่งทุกๆ คนนั้นมีส่วนอย่างมากที่ทำให้ข้าพเจ้าประทับใจในค่ายครั้งนี้มากๆ โดยเฉพาะอาจารย์ และรุ่นพี่ นั้นมีความเป็นกันเองอย่างมาก ไม่มีการถือตัวแต่อย่างใด ทำให้ข้าพเจ้ากล้าที่จะเข้าไปพูดคุย ทำความรู้จักได้อย่างสนิทใจ และในส่วนของเพื่อนรุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องนั้นก็เช่นเดียวกันหากข้าพเจ้าไม่ได้มาค่ายในครั้งนี้อาจจะไม่ได้มีโอกาสพูดคุย ทำความรู้จักกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือ รุ่นน้องคนนั้นเลยก็ได้ และข้าพเจ้ายังประทับใจในความสามัคคีของทุกๆคนในการทำงานที่มีความสามัคคี และมีน้ำใจช่วยเหลือกันอย่างเต็มใจ ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ท้ายนี้ข้าพเจ้าขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่อนุญาตให้ค่ายในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นได้ และขอบคุณทุกๆ คนที่มีส่วนร่วมในการที่ทำให้ค่ายครั้งนี้เกิดขึ้น และทำให้ค่ายในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดี ทั้งคนที่ได้ไปด้วยกัน และคนที่ไม่ได้ไปเพราะติดธุระสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ข้าพเจ้าได้รับประสบการณ์ที่ดีต่างๆ มากมาย และทำให้ข้าพเจ้ามีช่วงเวลาดีๆ ที่น่าจดจำในชีวิตการเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยได้บ้าง ซึ่งหากมีโอกาสที่จะได้ไปค่ายเช่นนี้อีกในอนาคต ข้าพเจ้าจะขอมีส่วนร่วมในการไปค่ายเช่นนี้อีกแน่นอน
นายนรา ธีรประทีป นักศึกษาชั้นปีที่ 3
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ |
|||||
|
|